แชร์หน้านี้

อบรมการป้องกันการหลอกแรงานและการลักลอบไปทำงานต่างประเทศ

 

อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดอบรมการป้องกันการหลอกแรงานและการลักลอบไปทำงานต่างประเทศ เผยแรงงานไทยติดคุกที่ไต้หวัน 60 คน 

 

วันนี้(25มี.ค.56) ที่ โรงแรมเจริญโฮเต็ล จังหวัดอุดรธานี นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นประธานเปิดโครงการเครือข่ายชุมชนนร่วมรณรงค์ป้องกันการหลอกลวงและลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ โดยมีผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครแรงงาน และประชาชนเข้าร่วมโครงการ รวม 400 คน

 

จากการที่มักพบข่าวผ่านสื่อมวลชนพบว่ามีแรงงานไทยจำนวนไม่น้อยที่ออกไปทำงานต่างประเทศ มีความเป็นอยู่ลำบาก โดยเฉพาะแรงงานสตรีที่มักถูกขบวนการค้ามนุษย์นำเข้าสู่กระบวนการค้าประเวณี ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายป้องกันการลักลอบไปทำงานต่างประเทศ จึงได้มีการจัดโครงการครั้งนี้ขึ้นโดยนำผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมเป็นเครือข่าย โดยเน้นให้ความรู้ความเข้าใจในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้อง เป็นการลดปัญหาการหลอกลวงจากนายหน้าเถื่อน ป้องกันปัญหาการลักลอบไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้เครือข่ายป้องกันการลักลอบไปทำงานต่างประเทศเหล่านี้เร่งขยายผลสู่ประชาชนในพื้นที่ของตนต่อไป

 

การจัดอบรมในครั้งนี้มีได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดอุดรธานี กรมการกงสุล และได้รับเกียรติจากนายสุวัฒน์ แก้วสุข ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแะดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ

 

นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า สถิติการจัดส่งแรงงานไปทำงานที่ต่างประเทศยังคงตัวอยู่ ความต้องการแรงงานไทยไปทำงานนั้นก็ยังต้องการอยู่ แม้ที่ยุโรปจะเกิดวิกฤติการ ปัญหาที่สำคัญที่สุดที่เราจัดสัมมนาในครั้งนี้คือเรื่อง ค่าใช้จ่ายในการเข้าไปทำงาน ตามนโยบายของรัฐมนตรีเราก็พยายามที่จะลดค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมาเราดำเนินการทำแล้วโดยเริ่มจากที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการเดินทางสูงถึง 400,000บาท เราก็ดำเนินการลดค่าใช้จ่ายให้เหลือเพียง 70,000 หมื่นบาท การดำเนินต่อไปคือประเทศไต้หวัน ซึ่งเราพยายามทำจากค่าใช้จ่ายจาก 120,000 บาท ให้เป็น 14,000 -15,000 บาท เพื่อให้คนไทยที่ไปทำงานมีเหลือกับมาบ้าน และทำงานอย่างไม่ลำบากมากนัก ไม่ต้องเอา

ที่นาไปจำนอง

 

กรมการจัดหาเอง งานเราเองก็มีโครงการต่างๆ มากมาย เช่นโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เราก็มีการดำเนินงาน ขณะนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะนำเงินจากประกันสังคมไปฝากค่ำประกัน โดยให้คนหางานไปกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ โดยวิธีการดำเนินแล้วไม่ต้องใช้ที่นาไปค่ำประกันอีกด้วย แต่จะค้ำประกันกลุ่ม ขณะนี้เราได้ดำเนินการไปบ้างบางส่วนแล้ว สิ่งนี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายไปทำงานต่างประเทศต่ำลง

 

นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า ประเทศเกหลีขณะนี้เราก็ส่งคนงานโดยรัฐบาล 100 เปอร์เซนต์ ค่าใช้จ่ายในการไปก็เพียง 30,000 บาทเท่านั้น เงินเดือนก็ค่อนข้างดี นอกจากนี้แรงงานฝีมือที่แอฟริกาใต้ ประเภทช่างเชื่อม มีค่าใช้จ่างเดินทางต่ำมาก แต่ก็มีรายได้ค่อนข้างสูง ส่วนมาเก๊าก็มีความต้องการแรงงานฝีมือค่อนข้างมากเช่นกัน แต่แรงงานได้ต้องฝึกภาษา สำหรับญี่ปุ่นเองก็ต้องการแรงงานที่ไปฝึกงาน และซึ่งอีก 2-3 เดือนเราก็จะเปิดสอบและรับสมัคร ส่วนปัญหาแรงงานไทยเมื่อไปทำงานที่ต่างประเทศตอนนี้คือ คนไทยยังขาดวินัยในการทำงาน ส่วนปัญหาที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือรายได้ไม่คุ้มกับงานจะเกิดน้อยมาก

 

ทั้งนี้ตอนนี้เองแรงงานไทยติดคุกที่ประเทศไต้หวันน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 คน มีแรงงานไทยที่ติดคุกที่ประเทศไต้หวัน เนื่องจากหลบหนีเข้าเมือง หรือหนีนายจ้างก็จะติดคุก เมื่อปี 2555 ทางกรรมมาธิการแรงงานได้ช่วยเหลือแรงงานที่ติดคุกแล้วนำกับประเทศไทยจำนวน 60 คน และอยากจะขอฝากไว้ว่าการไปทำงานก็ให้ทำงานตามสัญญา ไม่ใช้หนีนายจ้างซึ่งจะถูกติดคุกตามกฏหมาย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง ของจังหวัดอุดรธานี บน Facebook คลิกที่นี่!!